Krabi lucky Windmill (กังหันโชคดี)

 Krabi lucky Windmill (กังหันโชคดี)

          ประติมากรรมนี้เป็นสัญญลักษณ์ของการท่องเที่ยวทะเลอันดามันแห่งใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์เรือหลวงลันตาและอุทยานเรียนรู้จังหวัดกระบี่ เป็นหมุดมายสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้เห็นและจดจำว่าท้องถิ่นนี้มีธรรมชาติอันสมบูรณ์และสวยงาม โดยลักษณะอาคารตั้งโดดเด่นเห็นตระหง่าน มีความสูง 14.42 เมตร รูปอาคารเป็นรูปทรงแปดเหลี่ยม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 7.00 เมตร ประติมากรรมเป็นลักษณะประภาคารที่มีกังหันใช้พลังงานลมมาผลิตกระแสไฟฟ้าและเป็นหอนาฬิการที่คอยบอกเวลา ตำแหน่งที่ตั้งอาคารสามารถเป็นจุดสังเกตุของประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้ชม และจะเป็นภาพที่ระลึกที่ครั้งหนึ่งเคยมาเยือนสถานที่แห่งนี้ 


          โครงการนี้ได้รับการอนุมัติการก่อสร้างจาก ดร.สมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2563 

แนวคิดในการออกแบบ

1.กังหันลมนำแนวความคิดรูปแบบอาคารกังหันลมแบบเนเธอร์แลนด์ที่มีลักษณะเด่นเรื่องการนำพลังงานลมมาใช้ให้เกิดคุณค่า โดยนำมาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อการประหยัดพลังงาน

2. ใบพัดกังหันลม นำแนวความคิดกังหันนำโชค “แชกงหมิว” โดยใบพัดแต่ละใบสลักคำนำโชคที่เป็นสิริมงคลไว้ และใบพัดทั้งสี่ใบขับเคลื่อนโดยแรงลมที่จะหมุนดึงดูดนำพาสิ่งดีเข้ามาในชีวิต ให้มีความผาสุก ร่มเย็น ปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไปจากชีวิต มีโชคลาภ สมความปรารถนา และยังหมายถึงความปลอดภัยในชีวิตและการเดินทาง

3. ประภาคารรูปทรงแปดเหลี่ยมดูโดดเด่นสง่างามในความเชื่อของลัทธิเต๋าจีนโบราณ ใช้เป็นสัญลักษณ์ของสิ่งป้องกันอันตราย หยุดพลังงานทางลบ อีกทั้งความสูงและแสงไฟของประภาคารเป็นหมุดหมายนำทางสำหรับชาวเรือ สื่อให้เห็นถึงเรื่องราวความผูกพันในอดีตของเมืองกระบี่ ที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับท้องทะเล

4. ประติมากรรม เต่าทะเล ม้าน้ำ และผู้หญิงเกาะปลาโลมา ใช้กลไกขับเคลื่อนออกมานอกช่องหน้าต่างได้ แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่พึ่งพากันมาแต่ช้านาน และแสดงความต้อนรับผู้มาเยือนด้วยมิตรภาพที่ดี

5. ฐานประติมากรรมเป็นรูปวงกลม โดยออกแบบให้เป็นวงเวียนเพื่อแก้จุดตัดของถนน สามารถควบคุมการไหลเวียนของยานพาหนะ ลดอันตรายและอุบัติเหตุจากการจราจร

6. เป็นหอนาฬิกาที่คอยบอกเวลาแก่สาธารณะชน







KRABI LUCKY WINDMILL

This sculpture acts as a symbol of the new Andaman Sea tourism, functioning as a part of the Lanta Royal Boat Museum and Thai Knowledge Park Krabi. Being a crucial and attractive place for tourists around the world, the sculpture can be remembered as a mark of the area abundant with rich and beautiful nature. The octagonal-shape building with a diameter of 7.00 meters spectacularly stands out with a height of 14.42 meters. This sculpture features as a lighthouse with a windmill to generate electricity as well as a clock tower that tells the time. The building's location can be a landmark for the general public and tourists from all over the world to visit and provide a commemorative photo that lasts a lifetime. This scheme was approved by Dr. Somsakdi Kittidhrakul, Chief Executive of the Krabi Provincial Administrative Organization, on April 15, 2020.

ถ้าใครสนใจแวะไปถ่ายรูป พิกัดตั้งอยู่สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ (พิพิธภัณฑ์เรือรบหลวงลันตา) ตามนี้ครับ 



หรือสนใจที่จะมาเที่ยวกระบี่ สามารถตรวจสอบตั๋วเครื่องบิน โรงแรม ได้ตามผู้ให้บริการต่าง ๆ เช่น
 

สมุดเงินออมปี 2564 (Saving Memo 2021 Excel File)

 จะเริ่มปีใหม่ในอีกไม่กี่วัน ถึงแม้ปีนี้ 2563 จะเป็นปีที่หนักหน่วงทั้งเรื่องโควิด-19 ทั้งเรื่องภัยธรรมชาติ น้ำท่วมเอย พายุเอย แต่อีกไม่กี่วันก็จะเริ่มปีใหม่ สิ่งที่หลายคนจะทำก็คือการวางแผนการใช้เงิน ทั้งเงินโบนัส และเงินเดือน วันนี้ก็เลยมี สมุดบัญชี รายรับ - รายจ่าย ส่วนบุคคล ปี 2564 หรือ สมุดเงินออมปี 2564 





หมายเหตุ ในปีต่อไป สามารถโหลดโปรแกรม Saving ครั้งเดียว แล้วนำไปใช้ได้ทุกปี

โดยแก้ไขปี พ.ศ. ในชีท "มาออมกันนะ" 


ผมจึงขออนุญาตทำการแก้ไข และทำไว้ให้ดาวน์โหลดไว้ สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่  โดยเป็น excel ไฟล์ครับ ใช้งานง่าย

วิธีการยืมเหรียญ XRP จาก Binance Margin เพื่อรับ Spark Token ฟรี

 จากการประกาศ Airdrop ของ Flare Networks ในวันที่ 12 ธันวาคม 2563
(ตรงกับเวลา 07:00 น. ของประเทศไทย)  ทำให้ผู้ถือเหรียญ XRP จะได้รับเหรียญใหม่คือ Spark Token ในอัตรา 1:1 (เหรียญฟรี)


วิธีการรับเหรียญ Spark Token ฟรีความเสี่ยงต่ำโดยไม่ต้องถือ XRP แต่ใช้วิธีการยืมเหรียญ XRP จาก Binance Margin แล้วโอนไปเก็บยัง Bitkub หรือ Satang
เพื่อรอรับเหรียญฟรี  ซึ่งวิธีนี้เราจะมีต้นทุนแค่ดอกเบี้ยจากการยืมเหรียญและค่าโอนเท่านั้น เหรียญจะขึ้นหรือลงไม่จำเป็นต้องสนใจ

1. ขั้นตอนแรกสำหรับคนที่ยังไม่มี ให้สมัครสมาชิกเว็บเทรด 2 ที่หลัก Binance  และ Bitkub หรือ Satang  
หากยังไม่มีบัญชี ก็สามารถสมัครได้ที่


binance >>www.binance.com/?ref=19862900

satang >> https://satang.pro/signup?referral=ST2OIU5L

bitkub >>  https://www.bitkub.com/signup?ref=1830


2. โอนเหรียญจาก Bitkub ไป Binance เพื่อใช้ค้ำเหรียญ เพื่อความง่ายเหรียญที่โอนจะต้องอยู่ในบัญชี  Cross Margin  (เช่น BTC ETH USDT OMG BNB XLM และอื่นๆ)

3. โอนเหรียญที่เราจะนำไปค้ำจากบัญชี Spot ไป Margin โดยติ๊กที่ Cross 3x เลือกโอน เลือกเหรียญ (ตามตัวอย่างคือ USDT) ใส่จำนวน แล้วกดยืนยัน

4. เลือกคำสั่งยืม ใส่จำนวน แล้วกดยืนยัน (แนะนำยืมที่ 25%) บัญชีต้องมีความเสี่ยงไม่ต่ำกว่า 2.00

5. โอนเหรียญ XRP ไปบัญชี spot โดยใช้คำสั่งโอน เลือกกระเป๋า Margin ไป Spot ใส่จำนวน แล้วกดยืนยัน

6. โอนเหรียญ XRP จาก Binance ไป Bitkub หรือ Satang

7. หลังจากโอนเหรียญเข้า bitkub เสร็จเราก็ถือเหรียญไว้เฉยๆ พอวันที่ 12 ธันวาคม 2563 07:00น. ทางฺ Bitkub หรือ Satang ก็จะทำการ snapshot เพื่อบันทึกว่าใครมีเหรียญบ้าง
หลังจากนั้นเมื่อเปิดให้ถอนเหรียญได้เราก็โอน XRP ไปคืนที่ Binance (จะมีดอกเบี้ยนิดหน่อย)

8. รอรับเหรียญฟรี

พาวเวอร์แบงค์ (Power Bank) มีชื่อทางการว่าอะไร ?

พาวเวอร์แบงค์ มีชื่อทางการว่าอะไร

ชื่อทางการ : แบตเตอรี่สำรองไฟฟ้าสำหรับการใช้งานแบบพกพา
คุณลักษณะด้านความปลอดภัย : เลขมอก. : มอก.2879-2560
ผลบังคับใช้ : 16 พ.ย. 2563 

 

Credit ภาพจาก https://www.facebook.com/tisiofficial


จากข่าวที่ทาง สมอ. ได้ประกาศให้พาวเวอร์แบงค์เป็นสินค้าควบคุม เพื่อความปลอดภัยของประชาชน โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 เป็นต้นไป


ซึ่งหมายความว่าตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 ผู้ทำหรือผู้นำเข้าพาวเวอร์แบงค์ทุกยี่ห้อทุกชิ้นจะต้องมีเครื่องหมาย มอก. รับรอง หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษตามกฎหมาย


- กรณีที่ทำหรือนำเข้าสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


- ร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

                           Credit ภาพจาก https://www.facebook.com/tisiofficial

 
สามารถติดตามข้อมูลได้ที่ https://www.itisi.go.th/e-license/index.php หรือที่ Facebook https://www.facebook.com/tisiofficial


อย่าลืมคำนึงถึงความปลอดภัย ใช้สินค้าที่มีคุณภาพ อย่าดูที่ราคาถูก เพราะบางครั้งมันอาจจะอันตรายถึงชีวิตและทรัพย์สินของเราได้ครับ


100 US$ แรกกับการขายภาพผ่านมือถือ

สำหรับช่างภาพมืออาชีพ การขายภาพออนไลน์ผ่านเว็บ Stock ต่าง ๆ คงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่
และการขายภาพออนไลน์ก็เป็นที่นิยมมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างเช่นในเมืองไทยก็มีกลุ่มที่เกี่ยวกับการถ่ายภาพส่งขายมากมาย เช่น  Shutterstock Thai Contributorshttps://www.facebook.com/groups/1454798028109768/              



ก็จะมีเซียนถ่ายภาพหลาย ๆ ท่านมาคอยให้ความรู้ต่าง ๆ และผมก็ลองทำดูด้วย ในช่วงเวลาว่าง ถึงแม้จะถ่ายรูปไม่ค่อยสวย 55 แถมตอนนี้ก็ยังไม่มีกล้องดี ๆ อาศัยมือถือที่ใช้อยู่ทุกวันในการส่งบ้าง

การจะขายภาพ ต้องมีองค์ประกอบหลายอย่าง ตั้งแต่การสมัคร การถ่าย การส่งรูป ข้อกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของแต่ละเว็บ รวมถึงการเบิกเงิน

สรุปว่าถ้าอยากจะรู้ เราต้องลอง ส่วนผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอย่างไรนั้น ก็ต้องดูที่ความพยายามของเรา

ส่วนวันนี้ก็แอบมาเขียนไว้เล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะจากมือถือราคาที่ไม่ถึง 10,000 ยังสามารถพอที่จะขายได้บ้าง จนวันนี้ในเว็บของ Shutterstock ก็ได้มาครบ 100 US$ จากทั้งหมด 158 ดาวน์โหลด
สำหรับใครที่อยากจะลอง ก็สามารถลองเข้าสมัครได้ที่เว็บต่าง ๆ เช่น
 
หรือเว็บอื่น ๆ อีกมากแล้วแต่ความชอบ ส่วนรายได้ของแต่ละเว็บก็แตดต่างตามราคา อันนี้เป็นตัวอย่างของเว็บที่ขายได้นอกจาก shutterstock ครับ
 
 
ลองดูได้ ไม่เสียหายถือว่าดีกว่าเราถ่ายแล้วโพสรูปทิ้งไว้เฉย ๆ ตาม Social network ครับ ^_^

อย่าลืม Power Bank ไว้ในรถ !

           แบตเตอรี่สำรอง หรือที่เรามักเรียกติดปากทับศัพท์ว่า Power Bank นั้น เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านมีพกติดตัวกันเยอะ ยิ่งคนที่ใช้โทรศัพท์ไป 1-2 ปี แบตเตอรี่มือถือเองก็เริ่มเสื่อม ก็ต้องหาตัวช่วย หรือคนที่เดินทางไกล ๆ ใช้แบตมือถืออย่างเดียวชาร์ตไว้เต็มก็อาจจะอยู่ไม่ได้ถึงวัน

          เพราะฉะนั้นเจ้า Power bank ก็เหมือนเป็นต้วพระเอกยามที่แบตที่เราจะหมดและต้องการใช้พลังงานเพื่อทำงาน ส่งเมลให้เจ้านาย หรือแม้แต่เล่น Social เพื่อแก้เบื่อในระหว่าเดินทางกลับบ้านเมื่อรถติด ๆ

           ที่มาเขียนเตือนวันนี้อีกครั้งเพราะว่า เจอกับตัวเองคือ Power bank ตามรูปนี้ จากวันนั้นอากาศร้อนมาก ซึ่งปกติผมจะเอา power bank ใส่กระเป๋าเป้ไปทำงานทุกวัน วันนั้นบังเอิญเป็นวันที่อากศร้อนมาก และดันไม่ได้เอากระเป๋าลงจากรถที่จอดตามแดดไว้ เอาไปแค่โน๊ตบุ๊ค เพราะคิดว่าคุยงานไม่ได้ แต่ดันล่วงเวลาไปเกือบครึ่งวัน 

            ผลที่ได้มาตอนรือของตอนเย็นที่บ้านเพื่อนชาร์ตเตรียมตัวไปทำงานพรุ่งนี้ สภาพเป็นดังที่เห็น คือตัวฝามีรอยปริแล้ว !!! เกือบไปเรา  ดีที่ว่ายังไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้น

 

 
ตอนแรกก็ตกใจ ก็เลนลองค้นดูว่ามันสามารถระเบิดได้ไหม ก็มีหลายท่านเคยเจอและบอกว่า มันสามารถเป็นไปได้ https://bit.ly/2QXF2mp





ฉะนั้นเลือกใช้งาน Power Bank ให้ปลอดภัย

    - เลือกที่ได้มาตรฐาน มีตรารับรองมาตรฐานการผลิต ผ่านการทดสอบความปลอดภัย
    - หลีกเลี่ยง Power Bank ที่ราคาถูก ความจุสูง เพราะอาจจะเป็นเกรดต่ำ เช่นตามตลาดนัดต่าง ๆ  
    - ไม่ควรใช้งานระหว่างที่ชาร์จ  
    - ชาร์จจนเต็มแล้วไม่ควรเสียบชาร์จทิ้งไว้
    - หากเสื่อมสภาพต้องทิ้ง ไม่ควรใช้ และทิ้งในจุดที่รับทิ้งขยะอันตราย
    - หลีกเลี่ยงเรื่องความร้อน
    - การพก Power bank ต้องทราบข้อกำหนดของสถานที่นั้น ๆ เช่นการพกขึ้นเครื่องบิน ตัวอย่างข้อกำหนดของการบินไทย


ที่มาภาพ https://www.thaiairways.com/th_TH/news/news_announcement/news_detail/batteries.page

 

 ของทุกอย่างมีคุณ บางอย่างก็มีโทษด้วยเช่นกัน หากเราใช้ไม่ระวัง หรือไม่ทราบคุณสมบัติของมันครับ ฉะนั้น "เลือกใช้ของมีคุณภาพ และปลอดภัยไว้ก่อนเสมอ"           

PayPal ประเทศไทยจะหยุดรับสมัครชั่วคราวในปี 2020 ตั้งแต่สิงหาคมนี้

           หากใครใช้บริการ PayPal อยู่ อาจจะได้รับอีเมลแจ้งมาแล้วว่า Paypal ประเทศไทยจะเปิดตัวอีกครั้ง ในปี 2021  หรือก็คือปีหน้า พ.ศ.2564 ถึงจะสมัครใหม่ได้สำหรับลูกค้ารายใหม่

โดยสรุปคร่าว ๆ ว่า 

1. ลูกค้าใหม่ในประเทศไทยจะไม่สามารถลงทะเบียนเปิดบัญชี PayPal ได้ชั่วคราว

2. ลูกค้าเดิมในประเทศไทยยังคงสามารถใช้บริการ PayPal ได้ปกติ 

3. ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2563 เป็นต้นไป จะระงับการลงทะเบียนเปิดบัญชีสำหรับลูกค้าใหม่ชั่วคราว

4. ลูกค้า PayPal เดิมในประเทศไทยยังสามารถดาวน์โหลดและใช้งานแอป PayPal ได้ตามปกติ

5. ปีหน้า 2564 ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสมัคร หรือใช้บริการลูกค้าใหม่ รอการ update 

 

หากคนที่ใช้งานประจำตอนนี้ยังไม่มีผลกระทบ เช่นคนที่ใช้รับเงินจากการทำงานออนไลน์ เช่นการขายรูป Stock การซื้อสินค้าออนไลน์ต่าง ๆ 

แต่ทางที่ดี เราควรมีตัวเลือกอื่น ซึ่งที่ผมเลือกใช้ก็คือ Payoneer  โดยสามารถสมัครได้ง่าย ๆ และก็ใช้งานได้เช่นเดียวกับ Paypal  สามารถสมัครได้ที่นี่ > https://bit.ly/2YkCsL6

สิ่งที่ใช้ในการสมัคร

    - อีเมล
    - เบอร์โทรศัพท์
    - เอกสารยืนยันตัวตน (บัตรประชาชน ใบขับขี่ หรือพาสปอร์ต)
    - บัญชีธนาคาร (เลขที่บัญชี, ชื่อบัญชี)

 

ส่วนขั้นตอนการสมัครก็ไม่ยากครับ ถ้าเคยใช้พวก Paypal มาก่อน หรือไม่เคยใช้ก็ตาม ในส่วนข้อดีตามที่คนเคยใช้งานก็บอกว่า อัตราค่าธรรมเนียมในการเบิกเงินเข้าบัญชีไทยจะดีกว่า และเสียค่าธรรมเนียมน้อยกว่าครับ พอดีผมก็พึ่งสมัคร ถ้ามีรายละเอียดการใช้งาน ข้อดีข้อเสียเพิ่มเติม จะมาเขียนให้ทราบอีกครั้ง

รายละเอียดเพิ่มเติมของประกาศ Paypal ดูได้ที่นี่ https://www.paypal.com/th/webapps/mpp/2021relaunch

วิธีแก้เครื่องปริ้นต์ Canon MP287 ขึ้น Error E13, E16 หมึกหมด

ในบรรดาเครื่องปริ้นต์อิงค์เจ็ทที่ราคาไม่แพงมาก Canon จะเป็นตัวเลือกหนึ่งของหลาย ๆ คน 

แต่พอใช้ไปจนหมึกหมด ด้วยราคาของตลับหมึกที่ยังราคาสูงไปนิดสำหรับการใช้งานบ้าน ๆ บางท่านก็เลยใช้วิธีซื้อหมึกมาเติมเอง

ถึงแม้จะเป็นหมึกของแท้ แต่เวลาหมึกหมดแล้วเราทำการเติมเอง บางครั้งจะเกิดอาการ Error E13 หรือ E16 เป็นอาการเครื่องพิมพ์ฟ้องว่าหมึกหมด

ทั้ง ๆ  ที่เราเติมไปเติมแล้ว หรือบางครั้งก็เป็นแบบหมึกแทงค์นอกก็ตาม ก็อาจจะเจออาการนี้

วันนี้เลยเอาวิธีแก้ไขเบื้องต้น Error E13 หรือ E16 ของ Canon
หมายเหตุ
ไฟกระพริบที่ Black Ink + หน้าจอขึ้น E13, E16 คือ ตลับหมึกดำหมด
ไฟกระพริบที่ Color Ink + หน้าจอขึ้น E13, E16 คือ ตลับหมึกสีหมด


วิธีแก้ไข

 
1. ให้เรากดปุ่ม Stop/Reset ค้างไว้ประมาณ 5 – 10 วินาที หรือจนกว่าหน้าจอจะเป็นเลข 1 


2. เครื่องจะเข้าสู่สภาวะปกติ สังเกตุว่า Error E13 หรือ E16 จะหายไป 


3. ทดสอบพิมพ์งานได้ปกติ  (แต่ไฟที่  Color Ink หรือ Black Ink จะกระพริบอยู่ แต่พิมพ์ได้ปกติ) 



การแก้ไขอาการนี้ สามารถใช้ได้ในรุ่น Canon MP280,MP287,MP258,MP250 ด้วยนะ

แต่ทางที่ดีหากมีงบประมาณ และต้องการใช้งานที่มีคุณภาพการพิมพ์ ก็ซื้อตลับหมึกใหม่เปลี่ยนครับ
หรือ หากมีปัญหาการใช้งานอื่น ๆ ก็ลองดูที่เว็บผู้ให้บริการที่ https://th.canon/support/PIXMA%20MP287/model

รีวิวบริการเก็บเงินปลายทาง COD ไปรษณีย์ไทย & Kerry

! รีวิวนี้ไม่ได้ต้องการที่จะต่อต้านผู้ให้บริการเจ้าไหนทั้งนั้น  เป็นเพียงการรีวิว เพื่อประโยชน์ของคนอาชีพ "แม่ค้าออนไลน์" สุดท้าย แต่ละคนจะเลือกใช้บริการเจ้าไหนก็อยู่ที่ตัวเองนะคะ !!


หลังจากที่เราเปิดร้านขายชุดชั้นในมาได้ระยะหนึ่ง มีลูกค้าหลายคนสอบถามเรื่องบริการเก็บเงินปลายทางซึ่งตอนนั้นต้องบอกเลยว่าเราไม่คิดที่จะทำ
 
เหตุผลคือกลัวการถูกโกง หรือ กลัวว่าลูกค้าจะไม่รับสินค้า  และทำให้เราต้องสูญเสียเงินค่าส่งสินค้าแบบฟรี ๆ (เพราะนั้นหมายถึงกำไร)

แต่ระยะหลังเริ่มไม่ไหวแล้ว ข่าวเรื่องแม่ค้าออนไลน์โกงเงินลูกค้าบ่อยขึ้น ทำให้ลูกค้าเองก็ไม่ค่อยไว้ใจแม่ค้า  ซึ่งเราเองต้องยอมรับว่าได้รับผลกระทบไม่น้อย

จนเริ่มทดลองใช้บริการ COD ของไปรษณีย์ไทย ซึ่งผลตอบรับเรื่องลูกค้าค่อยข้างดี เพราะลูกค้าหลายรายเลือกใช้บริการ COD แม้จะต้องจ่ายเงินมากกว่าเดิม ที่ร้านขายสินค้าหน้าร้านประมาณ 20% อีก 80% คือการขายออนไลน์ และการขายออนไลน์ 25% ลูกค้าเลือกโอนเงินก่อน แต่อีก 75%  ลูกค้าเลือกใช้บริการ COD ขอสติ๊กเกอร์ได้ที่ทำการไปรษณีย์ได้เลย



จากผลตอบรับที่ดี แน่นอนเราก็ต้องหาช่องทางในการจัดส่งสินค้าแบบเก็บเงินปลายทางรายอื่น ๆ โดยการทดลองใช้บริการของ Kerry  ขอสติ๊กเกอร์จากจนท.เคอรี่ได้เลย


ที่เลือกใช้ Kerry เพราะการจัดส่งที่รวดเร็วครอบคลุมทุกพื้นที่ (จากข้อมูลส่วนตัวที่เคยส่งก่อนหน้านี้) เอกชนเจ้าอื่น ๆ บางพื้นที่ยังไม่ครอบคลุมทำให้การจัดส่งล่าช้า  ส่วนค่าบริการเรียกเก็บเงินปลายทาง 3% เท่ากับไปรษณีย์ไทยอยู่แล้ว

แต่เมื่อลองใช้บริการแล้ว (ทดลองไป 3 ยอด) บอกได้เลยว่า ขอกลับไปใช้บริการไปรษณีย์ไทยเหมือนเดิมดีกว่า  มาดูกันว่าทำไมถึงบอกว่าใช้บริการของไปรษณีย์ไทยดีกว่าของ Kerry
---------------------------------------------------

เริ่มตั้งแต่ค่าธรรมเนียม 3% ซึ่งไปรษณีย์ไทยจะยังไม่หักเงินเรา ณ ตอนส่งสินค้า ระบบจะทำการหักจากยอดที่เรียกเก็บกับลูกค้าและเมื่อยอดหักเหลือเท่าไหร่จะทำการโอนเข้าบัญชี Wallet ครบทุกบาททุกสตางค์

** เน้นว่าทุกสตางค์จริง ๆ **
ยอด 365 หัก 3% (10.95) = 354.05 บ.😊


ส่วนของ Kerry จนท.จะเรียกเก็บตั้งแต่ตอนเราส่งสินค้าเลย และหากมียอดที่ลงท้ายด้วยจำนวนสตางค์เราจะต้องจ่ายเงินให้ Kerry เต็มจำนวนบาทเท่านั้น

2 ยอดนี้ดีที่ส่งพร้อมกัน ถ้าแยกส่งจะโดนเรียกเก็บยอดแรก 365 หัก 3% (10.95) โดนแน่ ๆ 11 บาท // ยอดที่สอง 370 หัก 3% (11.10) โดนแน่ ๆ 12 บาท

บางคนอาจจะมองว่ายอดแค่ไม่กี่สตางค์เอง แต่ในความเป็นจริงลองคำนวณเล่น ๆ ดูว่าหาก Kerry ได้ส่วนต่างสตางค์ไปฟรี ๆ แบบนี้ต่อ 1 บิล

ถ้าบิลละ แค่ 0.50 สตางค์ 1 สาขามีสัก 10 บิล / วัน เท่ากับเงิน 5 บาท แล้ว Kerry มีกี่สาขา แล้วลองคูณจำนวนวันใน 1 เดือนดูสิ

สมมุติมมีแค่ 100 สาขาทั่วประเทศ (ซึ่งในความเป็นจริงเยอะกว่านี้แน่นอน) วันละ 10 บิล ระยะเวลา 1 เดือน  (0.5×10 = 5 / 5×30 = 150 / 150×100 = 15,000 บาท)     😱😱 Oh My God 😱😱

---------------------------------------------
จบจากค่าบริการเรียกเก็บเงินปลายทางก็มาต่อกันที่การจัดส่ง และยอดเงินที่ร้านค้าจะได้รับ วันนี้ยกตัวอย่างมาให้ดูที่ละ 2 เคส ลองดูตามภาพนะคะ

มาเริ่มที่การบริการของไปรษณีย์ไทยก่อนแล้วกัน


ส่งสินค้า 23.7.63 (เย็น) ถึงมือลูกค้า 24.7.63 เงินเข้า Wallet 28.7.63 (ต้องถอนออกไปเข้าบัญชีธนาคารก่อนนะถึงจะได้รับเงินจริง ๆ) โอนจาก Wallet เข้าบัญชี 28.7.63 เงินเข้าบัญชี 29.7.63 (สำเร็จ)



ไปรษณีย์เคสที่ 2

ส่งสินค้า 25.7.63 (เช้า) ถึงมือลูกค้า 27.7.63 เงินเข้า Wallet 29.7.63 (ต้องถอนออกไปเข้าบัญชีธนาคารก่อนนะถึงจะได้รับเงินจริง ๆ) โอนจาก Wallet เข้าบัญชี 29.7.63 เงินเข้าบัญชี 30.7.63 (สำเร็จ)


--------------------------------------------

มาต่อกันที่การบริการของ Kerry

ส่งสินค้า 22.7.63 (เย็น) ถึงมือลูกค้า 25.7.63  ได้รับ email 30.7.63 และมีเงินเข้าบัญชี 31.7.63


Kerry เคสที่ 2


ส่งสินค้า 22.7.63 (เย็น) ถึงมือลูกค้า 27.7.63 เคสนี้ไม่มี email แจ้ง แต่มีเงินเข้าบัญชีวันที่ 3.8.63
และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมเราตัดสินใจกลับไปใช้บริการ COD ของไปรษณีย์ไทย เพราะอาชีพแม่ค้าอย่างเรา ร้านต้องอาศัยเงินหมุนเวียน



การขายสินค้าแบบเรียกเก็บเงินปลายทาง ทำให้แม่ค้าต้องมีเงินสำรองที่เพิ่มขึ้น (เพราะกว่าจะได้เงินกินระยะเวลาหลายวัน)  ฉะนั้นแบบไหนที่ขายสินค้าได้ดี และได้เงินเร็วมันย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่าแน่นอน

** อันนี้ต้องบอกก่อนว่าปกติเราเลือกใช้บริการส่งสินค้าทั้ง 2 เจ้านี้อยู่แล้ว โดยลูกค้าของร้านจะเป็นผู้เลือกเองว่าจะให้จัดส่งกับเจ้าไหน (ค่าบริการจัดส่งที่ต่างกัน และ บริการจัดส่งที่รวดเร็วต่างกัน)

Advertisement