แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ wallet แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ wallet แสดงบทความทั้งหมด

วิธีแลกคะแนนสะสม (Point) จากบัตรเครดิต KTC เข้า Truemoney Wallet

          วันนี้บังเอิญเปิดไปหน้าโปรโมชั่นของแอป Truemoney Wallet เจอโปรหนึ่งน่าสนใจคือ แลกคะแนนสะสม (Point) จากบัตรเครดิต KTC เข้า TrueWalle ซึ่งพอดีตัวเองก็ใช้บัตร KTC อยู่ด้วยและแต้มที่ได้มาปกติก็ยังไม่ได้ใช้อะไร เลยลองแลกดูแล้วได้จริง ๆ  มาดูวิธีกันครับ


1. เข้าแอป TrueWallet แล้วไปที่แถบโปรโมชั่น


2. จากนั้นเลือกที่ BANK > Krungthai Card


3. เมื่อกดเข้ามาก็กดเลือกเจ้านวนแต้มที่เราต้องการจะแลก ( เราสามารถดูแต้มของเราได้จาก App KTC Mobile Tap KTC หรือที่เว็บ https://click.ktc.co.th ,ดูจากบิลเรียกเก็บประจำเดือน หรือโทรสอบถามทาง Call center ) ซึ่ง 1000 Point จะแลกได้ 92 บาท จากนั้นกด Exchange แล้วกดยอมรับข้อตกลงการใช้งาน 



4. กรอกรายละเอียดบัตรของเราให้ถูกต้อง


 และจะมีการขอรหัส OPT มายังมือถือของเราที่ลงทะเบียนไว้กับบัตร KTC เอารหัสมากรอกอีกครั้ง

5. จะแสดงรายละเอียด และให้เรากดยืนยันการแลก Point


มีข้อความ Pop up แสดงการแลกแต้มเสร็จสมบูรณ์ 
 


ตรวจสอบในข้อความ มีข้อความแจ้งการโอนเงินเข้า TrueWallet (วันนี้ผลแลกไป 2000 Point ได้มา 184 บาท)


ในส่วนของระยะเวลาว่าสามารถแลกได้ถึงเมือไหร่ ทาง TrueWallet ไม่ได้ระบุไว้ แต่มีข้อกำหนดและเงื่นไขตามนี้

ที่มา https://www.truemoney.com/point

ทดสอบใช้งาน Be Wallet แอปจาก “บุญเติม” (Be Wallet app from Boonterm)

         หากเดินไปทางไหน ไม่ว่าหน้า 7-11 หรือตามแหล่งชุมชนตอนนี้ เราจะพบเห็นตู้ "บุญเติม" เยอะมาก เรียกว่าในบรรดาตู้เติมเงิน แทบจะไม่ค่อยเห็นยี่ห้ออื่นแล้วในเดี๋ยวนี้ 55  และตอนนี้ทางบุญเติมเอง ก็ได้พัฒนาแอปพลิเคชั่น Be Wallet ออกมา เป็น Mobile payment ทางเลือกน้องใหม่อีกตัว ซึ่งแบรนด์ “บุญเติม” จากที่ผู้ใช้ทั่วไปคุ้นเคยดีจากตู้เติมเงิน น่าจะช่วยให้ Be Wallet เป็นที่ยอมรับและมีการใช้งาน



สำหรับใครที่อยากจะลองติดตั้งเพื่อใช้งานสามารถดาวน์โหลดทั้ง Android และ ios ดังนี้

สำหรับ android download ที่นี่ 

สำหรับ ios download ที่นี่

หลังจาก download มาเรียบร้อยแล้ว ก็ทำการติดตั้งและลงทะเบียน ซึ่งไม่ยากครับ โดยขั้นแรกก็ทำการกรอหหมายเลขโทรศัพท์ที่เราใช้งาน

 
และจะได้ OTP  แล้วนำ OTP มากรอก เพื่อยืนยันว่าเราเป็นเจ้าของเลขหมายนั้นที่แท้จริง 


  
และเราต้องไปกดยืนยัน Activate Email ใน e-mail ที่เราทำการลงทะเบียนไว้อีกครั้ง และก็ทำการกำหนดรหัสเป็น pin เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานตอนเปิดแอปขึ้นมา 

อยา่งที่บอกบริการที่ทางบุญเติม สามารถเติม หรือชำระค่าบริการได้นั้น ค่อนข้างจะครอบคลุมเยอะอยู่ ทั้ง  
เติมเงินมือถือ: ได้ทุกเครือข่าย AIS 1-2-Call, Dtac, TrueMove/ TrueMove H, My by CAT, TOT 3G, เพนกวิน, มายเวิลด์ ,มายเวิลด์

เติมเกม: Steam Wallet, Line Prepaid Card, MOL Points Card, Dot Arena, Top Eleven, Ex Cash, Cookie Card, Jam Card, Zest Card

ซื้อบัตรเงินสด: AIS 1-2-Call, TrueMoney, TOT

ซื้ออินเตอร์เน็ต: 3BB, True Wifi, TOT Wifi

จ่ายบิลน้ำ-ไฟ:
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, การประปาส่วนภูมิภาค, การไฟฟ้านครหลวง, การประปานครหลวง,

บิลมือถือและอื่นๆ: AIS รายเดือน, TrueMove/TrueMove H รายเดือน, AIS Fibre



ที่นี้มาลองใช้งานจริง ขั้นแรก ลองหาที่เติมไง ง่ายสุดก็ตู้บุญเติมเอง (แต่ตอนนี้บางตู้ (ก.พ.2561) เหมือนยังไม่ได้ทำการอัพเดท เมนูการเติม wallet ของเจ้า Be Wallet เองยังไม่มี แต่คงอีกไม่นานน่าจะได้รับการอัพเดทหมด  เทื่อเราเข้ามาที่เติม Wallet แล้วก็เลือก Be Wallet ซึ่งการเติมผ่านตู้บุญเติม จะไม่มีค่าบริการ


แต่ก็จะมีจำนวนกำหนดให้เรา คือ 50 100 200 300 500 และ 1000 เติมเป็นเศษไม่ได้ ซึ่งไม่เหมือนกับตู้ True money ที่ 1 บาทก็สามารถจะเติมได้ ซึ่งความจริงในเมื่อตู้เองก็สามารถหยอดเหรียญบาทได้ ความจริงก็น่าจะเติมเป็นเศษบาทได้ 55


หลังเติมเสร็จ ก็จะมีแจ้งเตือนเข้า e-mail mี่เราสมัครไว้ และรายการในแอปมันเอง แต่ไม่มีการแจ้งเป็น sms เหมือนของ True money 

ลองเติมเงิน จากที่บอกแล้วว่า ตู้บุญเติมสามารถเติมเงินมือถือของไทยได้ทุกค่าย ซึ่งเป็นจุดเด่น ที่เด่นกว่า wallet อื่นๆ พอๆ กับ Apay แต่ข้อดีของบุญเติมคือ สามารถเติมขั้นต่ำได้เพียง 10 บาทบวกค่าธรรมเนียม โดยขั้นต่ำ 2 บาทเหมือนกับการเติมผ่านตู้ ซึ่งในตรงนี้ก็อาจจะทำให้เป็นข้อเปรียบเทียบกับแอปอื่น ๆ ที่ไม่มีค่าธรรมเนียมในการเติม 


 เมื่อเลือกจำนวนที่ต้องการจะเติม ก็ทำการ "ยืนยันชำระเงิน"


จากนั้นเพื่อความปลอดภัย มันก็จะถามรหัสพินเราอีกครั้ง 

 
หลังจากทำรายการสำเร็จ ก็จะมี e-mail แจ้งเตือนไปยัง e-mail ของเรา หรือสามารถดูประวัติ รายการที่เราทำไปแล้วในแอปของมันได้เช่นกัน เหมือนกับแอปอื่นๆ 



สรุปว่า หากใครใช้งานผ่านตู้บุญเติมอยู่แล้ว เจ้าแอป Be Wallet น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีอย่างหนึ่ง แต่สำหรับผู้ใช้งานรายอื่น ที่ใช้ wallet ที่มีอยู่แล้ว อย่างการเติมเงินที่ไม่มีค่าะรรมเนี่ยมนั้น mobile payment อย่าง Be wallet ก็คงต้องหาวิธี หรือการทำตลาดเพื่อดึงลูกค้ามาใช้งานแอป ซึ่งต้องรอดุต่อไปในอนาคต   

ไม่ต้องมีบัญชีธนาคาร แค่มี TrueMoney Wallet ก็ทำธุรกรรมพร้อมเพย์ (Prompt Pay) กับคนอื่นได้

          หลังจากที่ทางแอป TrueMoney Wallet มีการปรับปรุงและ update เพื่อรองรับพร้อมเพย์ ทำให้ตอนนี้ 7-eleven ก็กลาย ๆ เป็นสาขาธนาคารขนาดย่อม ๆ ไป เพราะ ตอนนี้ TrueMoney สามารถที่จะ สามารถโอนเงินพร้อมเพย์ได้แล้ว โดยเมื่อเราโอน ทางผู้รับที่ใช้บัญชีพร้อมเพย์ก็จะได้รับเงินทันที เข้าบัญชีธนาคารพร้อมเพย์ที่ผูกไว้ 



เช่น เราจะฝากเงินสดเข้าบัญชีธนาคาร แต่อยู่ไกลธนาคาร หรือไกลกับตู้ฝากเงินสด จริง ๆ ตู้ฝากเงินสด ก็หาแสนยาก ขนาดว่าอยู่ในกรุงเทพ ฯ เอง  เราก็ไม่ต้องไปสาขาหรือไปหาตู้ฝากเงินของธนาคาร สามารถเดินหา 7-eleven ที่มีเยอะเกือบทุกถนน ( บางครั้งซอยนึงมี 3 ที่ต้นซอย กลางซอย ท้ายซอย เลยทีเดียว 55) จากนั้นทำการเติมเงินเข้า Wallet แล้วเราไปใช้ด้วยมาตรฐานกลางของพร้อมเพย์ (โดยตอนนี้ ถ้าทำรายการโอนไม่เกิน 5,000 ต่อรายการก็ไม่เสียค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด )

การใช้งาน 
1. ทำการสมัครบัญชี TrueMoney Wallet ทั้ง android และ iOS โดยสามารถโหลดได้ที่ 

    ระบบ android 
https://play.google.com/store/apps/details?id=th.co.truemoney.wallet
  
    ระบบ iOS
https://itunes.apple.com/th/app/truemoney-wallet/id663885752?l=th&mt=8

ในส่วนการลงทะเบียน จะไม่ขอกล่าวถึงนะครับ เพราะมีคนเขียนอธิบาย หรือดูตามรายละเอียดในการสมัครได้ที่ http://www.truemoney.com 

2. เมื่อทำการสมัครแล้ว หรือใครสมัครไว้ก่อนหน้าแล้ว ต้องทำการ update ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดนะครับ จึงจะสามารถใช้บริการโอนพร้อมเพย์ (Prompt Pay) ได้ ( เริ่มใช้งานได้ตั้งแต่ version 4.2.1 สำหรับ android )


เมื่อเราทำการอัพเดทเรียบร้อยแล้ว หลังจากเข้าใช้งานก็จะปรากฏเมนู พร้อมเพย์ (Prompt Pay)  ขึ้นมาครับ ซึ่งจะทำให้เราสามารถโอนเงินไปยังบัญชีพร้อมเพย์ได้
 

จากเมื่อก่อน หากเราจะทำการโอนไปยังธนาคารต่าง ๆ ต้องเสียค่าธรรมเนียมถึง 15 บาท 

แต่ก่อนที่เราจะสามารถใช้งานได้ เมื่อสมัครและกรอกข้อมุลเรียบร้อยแล้ว เราจะต้องดำเนินการ ยืนยันตัวตน ก่อน โดยสามารถไปยืนยันตัวตนได้ที่ 
- ตู้ทรู money ซึงจะมรติดตั้งอยู่บริเวณรถไฟฟ้าใต้ดิน สำหรับใน กทม.
- TrueShop
หากมีข้อสงสัย ก็สามารถดูวิธีและขั้นตอนได้ที่นี่ http://www.truemoney.com/promptpay/ 



ส่วนผมทำการทดสอบยืนยันที่ตู้ Truemoney ก็ง่ายดีครับ แต่เราต้องนำบัตรประชาชนไปด้วย จากนั้นก็ถ่ายรูป แต่ตอนถ่ายรูป บางท่านจะมีปัญหา เช่นขยับตอนถ่าย แสดงมืดไป แบบนี้ก็ไม่ผ่าน แต่เราก็สามารถถ่ายใหม่ได้ จนได้ภาพที่ชัดและสามารถยืนยันตัวได้


เมื่อยืนยันตัวสำเร็จ ก้จะมีข้อความแจ้งและมีสลิปปริ้นต์ออกมาเก็บเป็นหลักฐาน


จากนั้นเราลองมาใช้งานดู สิ่งหนึ่งที่ชอบก็คือเราสามารถนำเหรียที่เราเก็บไว้ มาหยอดกับตู้ truemoney คือแบบไม่ต้องแบกไปธนาคาร หากคนที่เก็บเงินเหรียญ 555 มาลองหยิดหมดนี่ดูว่าจะได้เท่าไร



สรุปที่เก็บ ๆ ไว้ 4 ถึงนี้ ได้ถึง 1700 บาท เมื่อเงินเราเข้ามา มันก็จะมีรายการบอก และสามารถตรวจสอบได้ทันทีเห็นไหมละครับว่าตอนนี้เราก็สะดวกขึ้นอีกเยอะ และได้ประโยชน์หลาย ๆ อย่างจากแค่มี TrueMoney Wallet


 
Advertisement