100 US$ แรกกับการขายภาพผ่านมือถือ

สำหรับช่างภาพมืออาชีพ การขายภาพออนไลน์ผ่านเว็บ Stock ต่าง ๆ คงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่
และการขายภาพออนไลน์ก็เป็นที่นิยมมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างเช่นในเมืองไทยก็มีกลุ่มที่เกี่ยวกับการถ่ายภาพส่งขายมากมาย เช่น  Shutterstock Thai Contributorshttps://www.facebook.com/groups/1454798028109768/              



ก็จะมีเซียนถ่ายภาพหลาย ๆ ท่านมาคอยให้ความรู้ต่าง ๆ และผมก็ลองทำดูด้วย ในช่วงเวลาว่าง ถึงแม้จะถ่ายรูปไม่ค่อยสวย 55 แถมตอนนี้ก็ยังไม่มีกล้องดี ๆ อาศัยมือถือที่ใช้อยู่ทุกวันในการส่งบ้าง

การจะขายภาพ ต้องมีองค์ประกอบหลายอย่าง ตั้งแต่การสมัคร การถ่าย การส่งรูป ข้อกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของแต่ละเว็บ รวมถึงการเบิกเงิน

สรุปว่าถ้าอยากจะรู้ เราต้องลอง ส่วนผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอย่างไรนั้น ก็ต้องดูที่ความพยายามของเรา

ส่วนวันนี้ก็แอบมาเขียนไว้เล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะจากมือถือราคาที่ไม่ถึง 10,000 ยังสามารถพอที่จะขายได้บ้าง จนวันนี้ในเว็บของ Shutterstock ก็ได้มาครบ 100 US$ จากทั้งหมด 158 ดาวน์โหลด
สำหรับใครที่อยากจะลอง ก็สามารถลองเข้าสมัครได้ที่เว็บต่าง ๆ เช่น
 
หรือเว็บอื่น ๆ อีกมากแล้วแต่ความชอบ ส่วนรายได้ของแต่ละเว็บก็แตดต่างตามราคา อันนี้เป็นตัวอย่างของเว็บที่ขายได้นอกจาก shutterstock ครับ
 
 
ลองดูได้ ไม่เสียหายถือว่าดีกว่าเราถ่ายแล้วโพสรูปทิ้งไว้เฉย ๆ ตาม Social network ครับ ^_^

อย่าลืม Power Bank ไว้ในรถ !

           แบตเตอรี่สำรอง หรือที่เรามักเรียกติดปากทับศัพท์ว่า Power Bank นั้น เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านมีพกติดตัวกันเยอะ ยิ่งคนที่ใช้โทรศัพท์ไป 1-2 ปี แบตเตอรี่มือถือเองก็เริ่มเสื่อม ก็ต้องหาตัวช่วย หรือคนที่เดินทางไกล ๆ ใช้แบตมือถืออย่างเดียวชาร์ตไว้เต็มก็อาจจะอยู่ไม่ได้ถึงวัน

          เพราะฉะนั้นเจ้า Power bank ก็เหมือนเป็นต้วพระเอกยามที่แบตที่เราจะหมดและต้องการใช้พลังงานเพื่อทำงาน ส่งเมลให้เจ้านาย หรือแม้แต่เล่น Social เพื่อแก้เบื่อในระหว่าเดินทางกลับบ้านเมื่อรถติด ๆ

           ที่มาเขียนเตือนวันนี้อีกครั้งเพราะว่า เจอกับตัวเองคือ Power bank ตามรูปนี้ จากวันนั้นอากาศร้อนมาก ซึ่งปกติผมจะเอา power bank ใส่กระเป๋าเป้ไปทำงานทุกวัน วันนั้นบังเอิญเป็นวันที่อากศร้อนมาก และดันไม่ได้เอากระเป๋าลงจากรถที่จอดตามแดดไว้ เอาไปแค่โน๊ตบุ๊ค เพราะคิดว่าคุยงานไม่ได้ แต่ดันล่วงเวลาไปเกือบครึ่งวัน 

            ผลที่ได้มาตอนรือของตอนเย็นที่บ้านเพื่อนชาร์ตเตรียมตัวไปทำงานพรุ่งนี้ สภาพเป็นดังที่เห็น คือตัวฝามีรอยปริแล้ว !!! เกือบไปเรา  ดีที่ว่ายังไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้น

 

 
ตอนแรกก็ตกใจ ก็เลนลองค้นดูว่ามันสามารถระเบิดได้ไหม ก็มีหลายท่านเคยเจอและบอกว่า มันสามารถเป็นไปได้ https://bit.ly/2QXF2mp





ฉะนั้นเลือกใช้งาน Power Bank ให้ปลอดภัย

    - เลือกที่ได้มาตรฐาน มีตรารับรองมาตรฐานการผลิต ผ่านการทดสอบความปลอดภัย
    - หลีกเลี่ยง Power Bank ที่ราคาถูก ความจุสูง เพราะอาจจะเป็นเกรดต่ำ เช่นตามตลาดนัดต่าง ๆ  
    - ไม่ควรใช้งานระหว่างที่ชาร์จ  
    - ชาร์จจนเต็มแล้วไม่ควรเสียบชาร์จทิ้งไว้
    - หากเสื่อมสภาพต้องทิ้ง ไม่ควรใช้ และทิ้งในจุดที่รับทิ้งขยะอันตราย
    - หลีกเลี่ยงเรื่องความร้อน
    - การพก Power bank ต้องทราบข้อกำหนดของสถานที่นั้น ๆ เช่นการพกขึ้นเครื่องบิน ตัวอย่างข้อกำหนดของการบินไทย


ที่มาภาพ https://www.thaiairways.com/th_TH/news/news_announcement/news_detail/batteries.page

 

 ของทุกอย่างมีคุณ บางอย่างก็มีโทษด้วยเช่นกัน หากเราใช้ไม่ระวัง หรือไม่ทราบคุณสมบัติของมันครับ ฉะนั้น "เลือกใช้ของมีคุณภาพ และปลอดภัยไว้ก่อนเสมอ"           

PayPal ประเทศไทยจะหยุดรับสมัครชั่วคราวในปี 2020 ตั้งแต่สิงหาคมนี้

           หากใครใช้บริการ PayPal อยู่ อาจจะได้รับอีเมลแจ้งมาแล้วว่า Paypal ประเทศไทยจะเปิดตัวอีกครั้ง ในปี 2021  หรือก็คือปีหน้า พ.ศ.2564 ถึงจะสมัครใหม่ได้สำหรับลูกค้ารายใหม่

โดยสรุปคร่าว ๆ ว่า 

1. ลูกค้าใหม่ในประเทศไทยจะไม่สามารถลงทะเบียนเปิดบัญชี PayPal ได้ชั่วคราว

2. ลูกค้าเดิมในประเทศไทยยังคงสามารถใช้บริการ PayPal ได้ปกติ 

3. ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2563 เป็นต้นไป จะระงับการลงทะเบียนเปิดบัญชีสำหรับลูกค้าใหม่ชั่วคราว

4. ลูกค้า PayPal เดิมในประเทศไทยยังสามารถดาวน์โหลดและใช้งานแอป PayPal ได้ตามปกติ

5. ปีหน้า 2564 ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสมัคร หรือใช้บริการลูกค้าใหม่ รอการ update 

 

หากคนที่ใช้งานประจำตอนนี้ยังไม่มีผลกระทบ เช่นคนที่ใช้รับเงินจากการทำงานออนไลน์ เช่นการขายรูป Stock การซื้อสินค้าออนไลน์ต่าง ๆ 

แต่ทางที่ดี เราควรมีตัวเลือกอื่น ซึ่งที่ผมเลือกใช้ก็คือ Payoneer  โดยสามารถสมัครได้ง่าย ๆ และก็ใช้งานได้เช่นเดียวกับ Paypal  สามารถสมัครได้ที่นี่ > http://tracking.payoneer.com/SH2tL

ข้อดีสมัครผ่านลิงค์ข้างต้น คือ หลังจากสมัครสมาชิกและได้รับเงินรวม 1000.00 USD เราและเพื่อนจะได้รับรางวัลมูลค่า 35.00 USD (ถ้าไม่สมัครผ่านลิ้งก์นี้ จะไม่ได้โปรพิเศษ)


นอกจากเรทจะดีกว่า Paypal แล้ว ยังมีพิเศษอีก 2 ต่อ คือ

1.  Payoneer จะได้รับยกเว้น transfer fee 1% จาก US เข้า Payoneer ของเรา  ซึ่งจะเหลือเฉพาะค่าธรรมเนียมในการแลกเปลี่ยน (Conversion Fee) 2%

2.  ผู้ที่สมัครหลังจากรับเงินธุรกรรมจากตลาดออนไลน์หรือลูกค้าต่างประเทศเข้าบัญชี Payoneer จนมียอดรับสะสมครบ $1,000 แรกภายในระยะเวลา 12 เดือนก็จะได้รับ cash back $35 (ไม่ต้องค้างเงินไว้ในบัญชี)

สิ่งที่ใช้ในการสมัคร

    - อีเมล
    - เบอร์โทรศัพท์
    - เอกสารยืนยันตัวตน (บัตรประชาชน ใบขับขี่ หรือพาสปอร์ต)
    - บัญชีธนาคาร (เลขที่บัญชี, ชื่อบัญชี)



 

ส่วนขั้นตอนการสมัครก็ไม่ยากครับ ถ้าเคยใช้พวก Paypal มาก่อน หรือไม่เคยใช้ก็ตาม ในส่วนข้อดีตามที่คนเคยใช้งานก็บอกว่า อัตราค่าธรรมเนียมในการเบิกเงินเข้าบัญชีไทยจะดีกว่า และเสียค่าธรรมเนียมน้อยกว่าครับ พอดีผมก็พึ่งสมัคร ถ้ามีรายละเอียดการใช้งาน ข้อดีข้อเสียเพิ่มเติม จะมาเขียนให้ทราบอีกครั้ง

รายละเอียดเพิ่มเติมของประกาศ Paypal ดูได้ที่นี่ https://www.paypal.com/th/webapps/mpp/2021relaunch

วิธีแก้เครื่องปริ้นต์ Canon MP287 ขึ้น Error E13, E16 หมึกหมด

ในบรรดาเครื่องปริ้นต์อิงค์เจ็ทที่ราคาไม่แพงมาก Canon จะเป็นตัวเลือกหนึ่งของหลาย ๆ คน 

แต่พอใช้ไปจนหมึกหมด ด้วยราคาของตลับหมึกที่ยังราคาสูงไปนิดสำหรับการใช้งานบ้าน ๆ บางท่านก็เลยใช้วิธีซื้อหมึกมาเติมเอง

ถึงแม้จะเป็นหมึกของแท้ แต่เวลาหมึกหมดแล้วเราทำการเติมเอง บางครั้งจะเกิดอาการ Error E13 หรือ E16 เป็นอาการเครื่องพิมพ์ฟ้องว่าหมึกหมด

ทั้ง ๆ  ที่เราเติมไปเติมแล้ว หรือบางครั้งก็เป็นแบบหมึกแทงค์นอกก็ตาม ก็อาจจะเจออาการนี้

วันนี้เลยเอาวิธีแก้ไขเบื้องต้น Error E13 หรือ E16 ของ Canon
หมายเหตุ
ไฟกระพริบที่ Black Ink + หน้าจอขึ้น E13, E16 คือ ตลับหมึกดำหมด
ไฟกระพริบที่ Color Ink + หน้าจอขึ้น E13, E16 คือ ตลับหมึกสีหมด


วิธีแก้ไข

 
1. ให้เรากดปุ่ม Stop/Reset ค้างไว้ประมาณ 5 – 10 วินาที หรือจนกว่าหน้าจอจะเป็นเลข 1 


2. เครื่องจะเข้าสู่สภาวะปกติ สังเกตุว่า Error E13 หรือ E16 จะหายไป 


3. ทดสอบพิมพ์งานได้ปกติ  (แต่ไฟที่  Color Ink หรือ Black Ink จะกระพริบอยู่ แต่พิมพ์ได้ปกติ) 



การแก้ไขอาการนี้ สามารถใช้ได้ในรุ่น Canon MP280,MP287,MP258,MP250 ด้วยนะ

แต่ทางที่ดีหากมีงบประมาณ และต้องการใช้งานที่มีคุณภาพการพิมพ์ ก็ซื้อตลับหมึกใหม่เปลี่ยนครับ
หรือ หากมีปัญหาการใช้งานอื่น ๆ ก็ลองดูที่เว็บผู้ให้บริการที่ https://th.canon/support/PIXMA%20MP287/model

รีวิวบริการเก็บเงินปลายทาง COD ไปรษณีย์ไทย & Kerry

! รีวิวนี้ไม่ได้ต้องการที่จะต่อต้านผู้ให้บริการเจ้าไหนทั้งนั้น  เป็นเพียงการรีวิว เพื่อประโยชน์ของคนอาชีพ "แม่ค้าออนไลน์" สุดท้าย แต่ละคนจะเลือกใช้บริการเจ้าไหนก็อยู่ที่ตัวเองนะคะ !!


หลังจากที่เราเปิดร้านขายชุดชั้นในมาได้ระยะหนึ่ง มีลูกค้าหลายคนสอบถามเรื่องบริการเก็บเงินปลายทางซึ่งตอนนั้นต้องบอกเลยว่าเราไม่คิดที่จะทำ
 
เหตุผลคือกลัวการถูกโกง หรือ กลัวว่าลูกค้าจะไม่รับสินค้า  และทำให้เราต้องสูญเสียเงินค่าส่งสินค้าแบบฟรี ๆ (เพราะนั้นหมายถึงกำไร)

แต่ระยะหลังเริ่มไม่ไหวแล้ว ข่าวเรื่องแม่ค้าออนไลน์โกงเงินลูกค้าบ่อยขึ้น ทำให้ลูกค้าเองก็ไม่ค่อยไว้ใจแม่ค้า  ซึ่งเราเองต้องยอมรับว่าได้รับผลกระทบไม่น้อย

จนเริ่มทดลองใช้บริการ COD ของไปรษณีย์ไทย ซึ่งผลตอบรับเรื่องลูกค้าค่อยข้างดี เพราะลูกค้าหลายรายเลือกใช้บริการ COD แม้จะต้องจ่ายเงินมากกว่าเดิม ที่ร้านขายสินค้าหน้าร้านประมาณ 20% อีก 80% คือการขายออนไลน์ และการขายออนไลน์ 25% ลูกค้าเลือกโอนเงินก่อน แต่อีก 75%  ลูกค้าเลือกใช้บริการ COD ขอสติ๊กเกอร์ได้ที่ทำการไปรษณีย์ได้เลย



จากผลตอบรับที่ดี แน่นอนเราก็ต้องหาช่องทางในการจัดส่งสินค้าแบบเก็บเงินปลายทางรายอื่น ๆ โดยการทดลองใช้บริการของ Kerry  ขอสติ๊กเกอร์จากจนท.เคอรี่ได้เลย


ที่เลือกใช้ Kerry เพราะการจัดส่งที่รวดเร็วครอบคลุมทุกพื้นที่ (จากข้อมูลส่วนตัวที่เคยส่งก่อนหน้านี้) เอกชนเจ้าอื่น ๆ บางพื้นที่ยังไม่ครอบคลุมทำให้การจัดส่งล่าช้า  ส่วนค่าบริการเรียกเก็บเงินปลายทาง 3% เท่ากับไปรษณีย์ไทยอยู่แล้ว

แต่เมื่อลองใช้บริการแล้ว (ทดลองไป 3 ยอด) บอกได้เลยว่า ขอกลับไปใช้บริการไปรษณีย์ไทยเหมือนเดิมดีกว่า  มาดูกันว่าทำไมถึงบอกว่าใช้บริการของไปรษณีย์ไทยดีกว่าของ Kerry
---------------------------------------------------

เริ่มตั้งแต่ค่าธรรมเนียม 3% ซึ่งไปรษณีย์ไทยจะยังไม่หักเงินเรา ณ ตอนส่งสินค้า ระบบจะทำการหักจากยอดที่เรียกเก็บกับลูกค้าและเมื่อยอดหักเหลือเท่าไหร่จะทำการโอนเข้าบัญชี Wallet ครบทุกบาททุกสตางค์

** เน้นว่าทุกสตางค์จริง ๆ **
ยอด 365 หัก 3% (10.95) = 354.05 บ.😊


ส่วนของ Kerry จนท.จะเรียกเก็บตั้งแต่ตอนเราส่งสินค้าเลย และหากมียอดที่ลงท้ายด้วยจำนวนสตางค์เราจะต้องจ่ายเงินให้ Kerry เต็มจำนวนบาทเท่านั้น

2 ยอดนี้ดีที่ส่งพร้อมกัน ถ้าแยกส่งจะโดนเรียกเก็บยอดแรก 365 หัก 3% (10.95) โดนแน่ ๆ 11 บาท // ยอดที่สอง 370 หัก 3% (11.10) โดนแน่ ๆ 12 บาท

บางคนอาจจะมองว่ายอดแค่ไม่กี่สตางค์เอง แต่ในความเป็นจริงลองคำนวณเล่น ๆ ดูว่าหาก Kerry ได้ส่วนต่างสตางค์ไปฟรี ๆ แบบนี้ต่อ 1 บิล

ถ้าบิลละ แค่ 0.50 สตางค์ 1 สาขามีสัก 10 บิล / วัน เท่ากับเงิน 5 บาท แล้ว Kerry มีกี่สาขา แล้วลองคูณจำนวนวันใน 1 เดือนดูสิ

สมมุติมมีแค่ 100 สาขาทั่วประเทศ (ซึ่งในความเป็นจริงเยอะกว่านี้แน่นอน) วันละ 10 บิล ระยะเวลา 1 เดือน  (0.5×10 = 5 / 5×30 = 150 / 150×100 = 15,000 บาท)     😱😱 Oh My God 😱😱

---------------------------------------------
จบจากค่าบริการเรียกเก็บเงินปลายทางก็มาต่อกันที่การจัดส่ง และยอดเงินที่ร้านค้าจะได้รับ วันนี้ยกตัวอย่างมาให้ดูที่ละ 2 เคส ลองดูตามภาพนะคะ

มาเริ่มที่การบริการของไปรษณีย์ไทยก่อนแล้วกัน


ส่งสินค้า 23.7.63 (เย็น) ถึงมือลูกค้า 24.7.63 เงินเข้า Wallet 28.7.63 (ต้องถอนออกไปเข้าบัญชีธนาคารก่อนนะถึงจะได้รับเงินจริง ๆ) โอนจาก Wallet เข้าบัญชี 28.7.63 เงินเข้าบัญชี 29.7.63 (สำเร็จ)



ไปรษณีย์เคสที่ 2

ส่งสินค้า 25.7.63 (เช้า) ถึงมือลูกค้า 27.7.63 เงินเข้า Wallet 29.7.63 (ต้องถอนออกไปเข้าบัญชีธนาคารก่อนนะถึงจะได้รับเงินจริง ๆ) โอนจาก Wallet เข้าบัญชี 29.7.63 เงินเข้าบัญชี 30.7.63 (สำเร็จ)


--------------------------------------------

มาต่อกันที่การบริการของ Kerry

ส่งสินค้า 22.7.63 (เย็น) ถึงมือลูกค้า 25.7.63  ได้รับ email 30.7.63 และมีเงินเข้าบัญชี 31.7.63


Kerry เคสที่ 2


ส่งสินค้า 22.7.63 (เย็น) ถึงมือลูกค้า 27.7.63 เคสนี้ไม่มี email แจ้ง แต่มีเงินเข้าบัญชีวันที่ 3.8.63
และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมเราตัดสินใจกลับไปใช้บริการ COD ของไปรษณีย์ไทย เพราะอาชีพแม่ค้าอย่างเรา ร้านต้องอาศัยเงินหมุนเวียน



การขายสินค้าแบบเรียกเก็บเงินปลายทาง ทำให้แม่ค้าต้องมีเงินสำรองที่เพิ่มขึ้น (เพราะกว่าจะได้เงินกินระยะเวลาหลายวัน)  ฉะนั้นแบบไหนที่ขายสินค้าได้ดี และได้เงินเร็วมันย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่าแน่นอน

** อันนี้ต้องบอกก่อนว่าปกติเราเลือกใช้บริการส่งสินค้าทั้ง 2 เจ้านี้อยู่แล้ว โดยลูกค้าของร้านจะเป็นผู้เลือกเองว่าจะให้จัดส่งกับเจ้าไหน (ค่าบริการจัดส่งที่ต่างกัน และ บริการจัดส่งที่รวดเร็วต่างกัน)

Advertisement